วันแรกของการเดินทาง : กรุงเทพฯ - พาโร - ทิมพู |
04.00 น. : เดินทางถึงสนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นอาคารผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 10 เคาร์เตอร์ W เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วที่สายการบินแห่งชาติ ภูฏาน ดรุกแอร์ (Druk Air) สายการบินเดียวที่สามารถนําท่านเดินทางสู่ภูฏาน
05.50 น. : เหินฟ้าสู่ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 121 หรือ KB 123 (05.50-09.30) ( เครื่องแวะจอดที่กัลกัตต้า ประมาณ 40 นาที
09.00 น. : เดินทางถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ
นําท่านชม วัดคิชู (Kyichu Lhakhang) ประกอบด้วยโบสถ์ 2 หลัง หลังเก่าได้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าซองเซินกัมโป กษัตริย์แห่งทิเบต ตามความเชื่อเรื่องการสยบยักษีตนหนึ่ง ที่มานอนขวางการเผยแผ่ศาสนาพุทธในดินแดนเทือกเขาหิมาลัย จึงโปรดให้สร้างวัดทั้งสิ้น 108 วัดภายในหนึ่งวัน เปรียบเสมือนการตอกหมุดลงบนร่างของยักษีตนนี้ โดยตําแหน่งของวัดสําคัญสองวัดที่สร้างอยู่ในภูฏาน คือวัดจัมเบ (Jambey Lhakhang) ที่บุมทัง และวัดคิชู (Kyichu Lhakhang) จะอยู่บนเข่าซ้ายและเท้าซ้าย ตามลําดับ วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่วนหลังใหม่เป็นของพระราชชนนีในกษัตริย์องค์ปัจจุบัน เพื่อเสด็จมานั่งวิปัสสนา ในโบสถ์หลังเก่าพื้นปูด้วยไม้แผ่นใหญ่ มีพระประธานองค์ใหญ่ เบื้องหน้ามีรอยบุ๋มเนื่องจากมาจากการยืนและกราบพระในจุดเดียวกันเป็นเวลายาวนานตามอายุวัด ซึ่งศาสนิกชนลัทธิลามะจะกราบแบบนอนราบพื้นอันเป็นการแสดงคารวะสูงสุด เรียกว่า อัษฎางคประดิษฐ์
จากนั้นพาท่านไปที่จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นยอดเขาจูโมฮารี (Jumohari Peak) ที่มีความสูง 7,314 เมตร ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี (หากท้องฟ้าเป็นใจ)
นําชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองพาโร ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ
หรือตาซอง (Ta Dzong) แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นําท่านชมพาโรซอง (Paro Rinchen Pong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645 ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ําเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็น ทั้งสถานที่สําหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จําพรรษาอยู่ ประมาณ 200 รูป
จากนั้นนําท่านเดินทางสู่เมือง ทิมพู โดยทางรถยนต์ (ระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร) ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏานและท่านจะตื่นตาตื่นใจสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบ และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน ที่ท่านจะได้พบเห็นตลอดสองข้างทาง ระหว่างทางแวะถ่ายรูป วัดตัมโช (Tamchoe Monastery) ซึ่งมีสะพานเหล็กทอดไปอีกฝั่ง เป็นวัดที่สร้างโดยพระที่เดินทางมาจากทิเบตต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านคิดค้นการทําโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก ซึ่งท่านได้เห็นในพิพิธภัณฑ์ที่พาโรด้วย จากนั้นแวะที่จุดที่แม่น้ําสองสายมาบรรจบกัน ชม 3 รูปแบบของสถูปที่สร้างในดินแดนเทือกเขาหิมาลัย (ในบริเวณเดียวกันยังมีเส้นทางที่ตัดไปยังประเทศอินเดียที่ด่านพุนโชลิง ซึ่งในสมัยภูฏานเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเข้ามาทางบก ก็ได้ใช้เส้นทางนี้ ) ก่อนถึงเมืองทิมพู ท่านอาจเห็นได้ถึงความเปลี่ยน แปลงจากการพัฒนาประเทศ ซึ่งเมืองหลวงจะมีความเจริญมากกว่า และก็ยังมีการก่อสร้างให้เห็นมากมาย
ช่วงเย็น : เดินทางถึงเมืองทิมพู เมืองหลวงแห่งประเทศภูฏาน นําท่านชม Memorial Chorten หรือมหา
สถูปที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า จิกมี ซิงเย วังชุก) พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดําเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ
ค่ํา รับประทานอาหารค่ํา และพักผ่อนที่โรงแรมในเมืองทิมพู
วันที่สองของการเดินทาง : ทิมพู - ชมเทศกาลทิมพูเทชู |
07.00 น. : รับประทานอาหารที่โรงแรม
08.00 น. : นําชมสวนสัตว์ที่จัดเป็นสถานอนุรักษ์สัตว์ประจําชาติของภูฏานซึ่งเรียกว่า ตาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันสามารถหาดูได้ยากมาก นําชมวิวทิวทัศน์แห่งเมืองทิมพู ณ จุดชมวิวของเมืองทิมพู และ วัดแม่ชี ซิลูคา (Zilukha Nunnary) ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในทิมพูที่มีแม่ชีจําวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่ จากนั้นนําท่าน ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทํางานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทําการของรัฐบาล ชมพิธีเฉลิมฉลองเทศกาลเทชู ซึ่งจัดขึ้นเพียงปีละหนึ่งหน เป็นพิธีกรรมในศาสนาพุทธสายวัชรยานที่สําคัญที่สุดอันหนึ่งของชาวภูฏาน กล่าวคือ เป็นเทศกาลบูชาพระปัทมสัมภาวะ “พระปัทมสัมภวะ” (แปลว่า ผู้กําเนิดจากดอกบัว) ภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ชาวภูฏานนับถือเป็นอาจารย์ใหญ่ผู้นําศาสนาพุทธนิกายวัชรยานตันตระ มาเผยแผ่ในดินแดนนี้ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อนและเรียกขานในภาษาทิเบตว่า “คุรุ รินโปเช” โดยจะมีการร่ายรําระบําทางศาสนาที่สวยสดงดงาม การแสดงส่วนใหญ่จะแสดงโดย พระลามะ ซึ่งเชื่อว่าพระพุทธเจ้าแบ่งภาคเป็นพระโพธิสัตว์ ได้หลายองค์ ทั้งในภาคเมตตากรุณา เช่น พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นต้น และในภาคดุร้าย เช่นเป็นสัตว์ต่างๆ ไว้กําราบ ภูตผีปีศาจและในเทศกาล “เทชู” นี้เองประชาชนที่มาชมพิธีกรรมระบําหน้ากาก คือการมารับพรจากพระโพธิสัตว์ มาทําความรู้จักกับพระโพธิสัตว์ในภาคดุร้าย เวลาตายไปแล้วมนุษย์จะได้ไม่กลัว แล้วท่านจะชี้ทางให้ไปสวรรค์ ยามที่นักระบําหน้ากากหมุนตัวจนกระโปรงบานเป็นวงกลม เป็นความเชื่อว่าจะทําให้มนตราแห่งสิริมงคลได้แผ่กระจายไปทั่ว การชมระบําหน้ากาก เปรียบเสมือนจิตวิญญาณชาวภูฏานที่สืบเนื่องเกี่ยวกับศาสนาอย่างแนบแน่น วันนี้ประชาชนจะออกมาร่วมงานเฉลิมฉลองโดยจะแต่งกายในชุดประจําชาติที่สวยที่สุดของตน
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย : ชมวัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในค.ศ. ที่ 14 หรือ
กว่า 600 ปีวัดนี้ชาวภูฏานมักจะนําเด็กเล็กๆ มากราบไหว้ขอพร เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ภายในอาคารมีภาพเขียนสีเรื่องราวเกี่ยวศาสนาพุทธ
นําท่านเดินเล่นในตัวเมืองทิมพู ท่านจะรู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานจะแต่งกายด้วยชุดประจําชาติ โดยผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โค (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า คีรา (Kira) ท่านสามารถจับจ่ายซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่าง ๆ เช่น ผ้าทอภูฏาน เครื่องประดับเงิน ภาพพระบฏ (Thangka) หนังสือ หรือแสตมป์ที่ระลึกในรูปแบบต่าง ๆ ภูฏานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งแสตมป์” แห่งหนึ่งของโลก แสตมป์ของภูฏานจะมีให้เลือกในรูปแบบ และราคาที่หลากหลาย ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและพระราชวัง (ซอง) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่าง ๆ รวมทั้งยังมีแสตมป์แบบ 3 มิติ อีกด้วย
ค่ํา รับประทานอาหารค่ํา และพักผ่อนที่โรงแรมในเมืองทิมพู
วันที่สามของการเดินทาง : ทิมพู - ปูนาคา – วังดีโปดรัง
|
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นําท่านออกเดินทางสู่เมือง ปูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 – 1955 ซึ่งสร้างและปกครองโดย ชับดรุง งาวังนัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) เป็นพระลามะจากธิเบตที่ธุดงค์
มาถึงภูฏาน ระยะทางจากเมืองทิมพูสู่ปูนาคาประมาณ 77 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม. ระหว่างทางท่านสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกับแม่น้ําลําธารน้อยใหญ่ ที่ใสสะอาด ตามข้างทางจะเห็นดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) การทําสวนแอปเปิ้ลและอาจจะพบ จามรี (Yak) ซึ่งเป็นสัตว์ที่พบได้ในที่สูงเท่านั้น ระหว่างทางแวะจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้ ที่ ดอร์ชูลา (Dorchula Pass) ที่ความสูง 3,150 เมตร เหนือระดับน้ําทะเลปานกลาง เป็นช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในระยะใกล้ มีความสูงอยู่ในระดับ 3,100 เมตร บางวันก็จะเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย : นําท่านชม ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาว เนื่อง
จากปูนาคา มีอากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ด้วยเหตุที่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเพียง 1,468 เมตร เท่านั้น เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่นี่จึงมีอากาศอบอุ่นกว่าในช่วงฤดูหนาว ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่แม่น้ําโพ (Po Chu) และแม่น้ําโม (Mo Chu) ซึ่งหมายถึง แม่น้ําพ่อ และแม่น้ําแม่ไหลมาบรรจบกันพอดี จากนั้นนําท่านชม วัดชิมมี (Chimmi Lhakhang) ซึ่งตั้งอยู่เขตรอยต่อระหว่างเมืองทิมพู ปูนาคาและวังดีโดดรัง เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ลามะดรุกปะคุนเล่ ผู้ที่ชาวภูฏานนับถือเป็นลามะผู้มีอิทธิฤทธิ์ในการปราบภูตผี โดยเฉพาะอาวุธที่ลามะดรุกปะใช้ในการปราบภูตผี ท่านจะสามารถเห็นได้ตามบ้านเรือนชาวบ้านเมื่อเข้าเขตเมืองวังดีและปูนาคา นอกจากนี้ วัดนี้ยังเป็นที่ล่ําลือในการขอมีบุตรสําหรับบ้านที่มีบุตรยาก (ใช้เวลาเดินเท้าเข้าไปถึงวัดผ่านทุ่งนาประมาณ 15 นาที)
จากนั้นเดินทางสู่เมือง วังดีโปดรัง (Wangdi Phodrang) เป็นเมืองในอดีตที่สําคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองปูนาคาประมาณ 13 กิโลเมตร เยี่ยมชม วังดีโปดรังซอง ซึ่งถูกสร้างโดย ชับดรุง นาวังนัมเกล ในปี ค.ศ.1638 ซองแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาระหว่างแม่น้ํา พูนาค และแม่น้ําดาง
ช่วงเย็น : รับประทานอาหารเย็น และกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมในเมืองปูนาคา
วันที่สี่ของการเดินทาง : ปูนาคา – พาโร |
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. : ออกเดินทางสู่เมือง พาโร โดยมีระยะทางประมาณ 126 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
กว่าโดยแวะพักที่จุดชมวิวอีกครั้งก่อนเข้าถึงเมืองทิมพู
ช่วงบ่าย : รับประทานอาหารกลางวัน
นําท่านชมซิมโตคาซอง (Simtokha Dzong) สร้างเมื่อ ค.ศ. 1629 เป็นป้อมปราการแห่งแรกในสมัยท่านซับดรุง งาวังนัมเกล เพื่อต้านกองกําลังทิเบตในสมัยนั้น และเป็นสถานที่สอนภาษาซองคา หรือเป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกในประเทศภูฏาน ต่อด้วยชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน (The Folk Heritage Museum)ชมลักษณะสิ่งปลูกสร้างบ้านการจัดแบ่งประโยชน์ใช้สอยของคนภูฏานที่มีอาชีพเกษตรกรรม
จากนั้นนําท่านสู่ ที่ทําการไปรษณีย์ ท่านสามารถจับจ่ายซื้อแสตมป์ที่ระลึกในรูปแบบต่าง ๆ ภูฏานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งแสตมป์” แห่งหนึ่งของโลก แสตมป์ของภูฏานจะมีให้เลือกในรูปแบบ และราคาที่หลากหลาย ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและพระราชวัง (ซอง) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงโปสการ์ดของสถานที่ต่างๆ
นําท่านเดินทางกลับเมืองพาโร ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง
ช่วงค่ํา : รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรมในเมืองพาโร
วันที่ห้าของการเดินทาง : พาโร – กรุงเทพฯ |
07.00 น. : หลังอาหารเช้า ออกเดินทางจากโรงแรม
จากนั้นเดินทางไปที่บริเวณสถูปซัทซัม (Satsam Chorten) ในระยะใกล้ที่จะพอจะเห็น วัดทักซัง
(Taktsang Monastery) ได้ ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) หรือวัดถ้ําเสือ ซึ่งตั้งตามตํานานความเชื่อเก่าของวัดแห่งนี้กล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งที่ท่านคุรุรินโปเช เข้าเผยแผ่ธรรมะในดินแดนแห่งนี้ ท่านได้แปลงร่างเป็นพญาครุฑขี่หลังเสือ ซึ่งเสือตัวนั้นก็คือร่างที่แปลงมากจากภรรยาของท่าน เหาะเหินขึ้นมาจําศีลภาวนา ณ ถ้ําเล็กๆบนหน้าผาแห่งนี้เป็นเวลากว่า 3 เดือน ต่อมาให้มีการสร้างวัดเพื่อให้พระที่มาปฏิบัติธรรมอยู่อาศัย และสร้างต่อๆ มาถึง 13 อาคาร อาคารเหล่านี้เคยถูกไฟไหม้หลายหนแต่ก็บูรณะขึ้นมาใหม่
09.00 น. ได้เวลานําท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร
11.00 น. : เหินฟ้ากลับกรุงเทพ โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB120 / KB122
12.30 น. : ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ และความทรงจําที่ดี
*** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงรายการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับฤดูกาลและเที่ยวบินที่อาจการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะรักษาผลประโยชน์และคงโปรแกรมการท่องเที่ยวให้สมบูรณ์แบบตามที่เสนอไป ***
*** ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินได้ ***
ผู้ใหญ่ ท่านละ (15 ท่านขึ้นไป) 64,900.-บาท
ผู้ใหญ่ ท่านละ (10 ท่านขึ้นไป) 67,900.-บาท
ผู้ใหญ่ ท่านละ (8 ท่านขึ้นไป) 69,900.-บาท
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่มท่านละ 7,500.-บาท
ราคารวมทิปและน้ําดื่มตลอดการเดินทาง ท่านไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้ว
อัตราดังกล่าวรวม
- ค่าที่พักจํานวน 4 คืน ห้องละ 2 ท่าน โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (Standard Room)
โรงแรมที่ภูฏานส่วนใหญ่ไม่มีแอร์ มีแต่ฮีตเตอร์
- ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพ-พาโร-กรุงเทพ สายการบินแห่งชาติภูฏาน
Druk Air
- ค่าอาหารทุกมื้อตามที่กําหนดในโปรแกรม และน้ําดื่มสะอาดตลอดการเดินทาง
- ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าวีซ่าเพื่อขอเข้าประเทศภูฏาน US$ 20 (Single Entry)
- ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
- ค่า Development Fund ที่ทางรัฐบาลภูฏาน เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว
- ค่าหัวหน้าทัวร์ไทย คอยอํานวยความสะดวกตลอดโปรแกรม
- ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ) คอยอํานวยความสะดวกตลอดโปรแกรม
- ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงิน 1 ล้านบาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ พนักงานบริการที่โรงแรม
อัตราดังกล่าวไม่รวม
- ค่าน้ําหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกําหนดให้ 20 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
- ค่าธรรมเนียมในการทําหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ,ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ฯลฯ
- ค่าภาษีบริการ 3% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
เอกสารที่ใช้ในการทําวีซ่า
- สําเนาหนังสือเดินทางมีอายุใช้งานไม่ต่ํากว่า 6 เดือน พร้อมหน้าต่ออายุ หรือเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
การชําระเงิน แบ่งการชําระเป็นสองช่วง กล่าวคือ
- 1) เมื่อยืนยันว่าจะเดินทาง ทุกท่านส่งชื่อที่ถูกต้องตามหน้าพาสปอร์ต หรือส่งสําเนาพาสปอร์ต มาที่บริษัท
โอนค่ามัดจําจํานวน 30,000 บาท ต่อท่าน เพื่อทําการออกตั๋ว ทันทีที่ตั๋ว Confirm
- 2) ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ ต้องชําระก่อนเดินทาง 15 วัน เพื่อรัฐบาลภูฏานจะออกเอกสารวีซ่าภูฏานให้
การยกเลิก
- เมื่อท่านออกตั๋วแล้ว หากต้องการยกเลิก ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 40 วัน โดย โดยเสียค่าใช้จ่าย 1,000 บาท ในการเรียกคืนค่าตั๋ว ใช้เวลาประมาณ 45 วัน
- กรณียกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 14 วันทํางาน บริษัทฯมีความจําเป็นต้องหัก 50% ของราคาทัวร์
- ท่านสามารถเลื่อนการเดินทางได้ แต่ต้องแจ้งล้วงหน้าอย่างน้อย 20 วัน โดยเสียค่าธรรมเนียมในการเลื่อนการเดินทาง 2,000 บาท ต่อตั๋วเครื่องบิน 1 ใบ
- กรณียกเลิกกะทันหันก่อนเดินทาง 10-14 วัน บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด
หมายเหตุ
ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการ ออกนอกประเทศ หรือห้ามเข้าประเทศ เนื่องจากผู้เดินทางมีสิ่งผิดกฎหมาย เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย ภัยธรรมชาติ เหตุผลและปัญหาทางการเมือง การนัดหมายหยุดงาน และการยกเลิกเที่ยวบิน

|